เทคนิคการเล่น ไฮโล ให้มีโอกาสชนะมากกว่าเดิม






การเล่นไฮโลถือเป็นการพนันลูกเต๋าแบบพื้นบ้านที่เราเห็นได้บ่อย ไม่แพ้กับการเล่นไพ่เลยทีเดียว เนื่องจากเป็นการพนันที่มีกติกาการเล่นที่ง่าย มีรูปแบบการวางเดิมพัน ตารางไฮโล ที่หลากหลายให้ผู้เล่นเลือกแทงได้ จึงทำให้ไฮโลได้รับความนิยมมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เทคนิคการเล่นไฮโล เพื่อให้สามารถทำเงินให้กับผู้เล่นนั้น มีวิธีการที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับความถนัดของผู้เล่นแต่ละคน ว่าถนัดเทคนิคในลักษณะไหน ไม่ว่าจะเป็นการฟังเสียงไฮโล, การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ หรือ จะเป็นการเลือกแทงแบบผสมผสานให้ครอบคลุมโอกกาสหลาย ๆ รูปแบบ เพื่อเฉลี่ยต้นทุนที่เสียไปจากการแทงหลายรูปแบบกับเงินรางวัลที่จะได้กลับมาหลายทอด

บทความวันนี้เราจะแนะนำ เทคนิคการเล่นไฮโล ให้เพื่อน ๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นหัดเล่นไฮโล ได้นำไปใช้กัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่น ไฮโลไทย, ไฮโลพื้นบ้าน, ไฮโลออนไลน์ หรือ เกมไฮโลเหมือนจริง ก็สามารถนำเทคนิคต่าง ๆ ที่นำเสนอในวันนี้ไปประยุกต์ใช้ได้ ซึ่งก่อนอื่น เราควรทำความรู้จักการเล่นไฮโลแต่ละแบบว่ามีกติกาทั่วไปเป็นอย่างไร


เทคนิคการเล่นไฮโล

การเล่นไฮโลในปัจจุบันสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ก็คือ การเล่นไฮโลพื้นบ้าน และ ไฮโลออนไลน์ เทคนิคการเล่นไฮโล ทั้ง 2 แบบนั้น ไม่แต่กต่างกันมาก ใครที่เคยเล่นไฮโลพื้นบ้านมาก่อนแล้วอยากทดลองเล่นไฮโลออนไลน์ ก็สามารถเรียนรู้ได้ไม่ยากเลย กติกาเหมือนกันแทบจะทุกอย่าง ยกเว้นแค่ในส่วนของการวางเดิมพันที่จะแตกต่างกัน คือ ไฮโลพื้นบ้านจะทำการเข่ายเต๋าในภาชนะแบบปิดที่ไม่สามารถมองเห็นลูกเต๋าภายในได้ ซึ่งจะเขย่าเต๋าก่อนแล้วจึงให้ผู้เล่นวางเดิมพัน ส่วนการเล่นไฮโลออนไลน์นั้น ผู้เล่นจะสามารถมองเห็นลูกเต๋าที่กำลังถูกเขย่าได้ แต่จะต้องวางเงินเดิมพันก่อน ดีลเลอร์จึงจะทำการเขย่าเต๋า

สาเหตุหลักที่รูปแบบการเขย่าเต๋าแตกต่างกันนั้น คาดว่า เพื่อเป็นการชดเชยความได้เปรียบเสียเปรียบของการเล่นแต่ละรูปแบบ เนื่องจากการเขย่าไฮโลพื้นบ้าน สามารถเขย่าเต๋าได้เพียงครั้งเดียว ผู้เล่นจะรู้สึกว่าเดาทางลูกเต๋าได้ง่ายกว่า แต่ก็จะไม่สามารถมองเห็นลูกเต๋าที่อยู่ในภาชนะ ขณะที่ถูกเขย่าอยู่ได้ จึงไม่อาจรู้ได้ว่าเจ้ามือใช้กลโกงอะไรอยู่หรือเปล่า ในทางกลับกัน การเขย่าเต๋าของไฮโลออนไลน์ ถึงแม้จะสามารถเห็นลูกเต๋าได้ แต่จะมีการเขย่ามากกว่า 1 ครั้ง ทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าเดาทางลูกเต๋าได้ยากกว่า แต่ก็จะมีการเพิ่มอัตราการจ่ายเงินให้ เพื่อจูงใจให้เกิดความรู้สึกอยากลองเสี่ยง

ในส่วนของรูปแบบการวางเดิมพัน ไฮโลออนไลน์ก็จะมีรูปแบบให้เลือกมากกว่าการเล่นโดยใช้ ตารางไฮโล พื้นบ้าน ซึ่ง เทคนิคการเล่นไฮโล เพื่อให้ได้เงินมากกว่าเสีเงินนั้น ต้องทำความเข้าใจกับรูปแบบการวางเดิมพันแต่ละแบบว่า การออกแต้มในลักษณะไหนเกิดได้ง่ายกว่ากัน เพื่อป้องกันไม่ให้เลือกแทงไฮโลในรูปแบบที่มีความเสี่ยงสูงจนเกินไป จนสุดท้ายทุนจมไปโดยเปล่าประโยชน์








เทคนิคการเล่นไฮโลแบบโต๊ด 3 ตัว

สำหรับ เทคนิคการเล่นไฮโล วิธีการนี้ จะใช้การแทงแบบโต๊ด 3 ตัว โดยให้เราสังเกตเค้าไฮโลที่ออกมาในตาก่อนหน้าว่ามีทิศทางอย่างไร สมมติมีความเป็นไปได้ในการออก 1 – 2 – 3 เราสามารถเลือกแทงโต๊ดคู่ 1 – 2 หรือ 2 – 3 หรือ 1 – 3 ดักเอาไว้อีกทีก็ได้ ซึ่งถ้าหากผลลูกเต๋าออกมาอยู่ภายในการคาดเดานี้ เราจะถูกรางวัลได้เงินมากกว่า 1 ทาง ซึ่งนอกจากจะถอนทุนคืนแล้ว ยังทำกำไรด้วยอีกต่างหาก

การฟังเสียงไฮโล เทคนิคการเล่นไฮโล เพื่อจับผิดกลโกง





สำหรับเทคนิคการฟังเสียงไฮโลนั้น เป็นตัวช่วยให้เราสังเกตการเขย่าเต๋าฝั่งเจ้ามือ ว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ถือว่าเป็น เทคนิคการเล่นไฮโล ที่ช่วยให้ไม่ถูกโกง ซึ่งในการทำกลโกงลูกเต๋ารูปแบบต่าง ๆ นั้น จะเปนการบังคับเต๋าให้ออกแต้มไปในหน้าแต้มที่เจ้ามือต้องการ มักจะใช้กับการเล่นไฮโลพื้นบ้านที่ใช้ภาชนะทึบในการเขย่าเต๋า เพราะผู้เล่นจะไม่สามารถมองเห็นภายในได้ จึงต้องอาศัยเทคนิคการฟังเสียงช่วย เพื่อจับพิรุธนั้นเอง ซึ่งสามารถทำได้ 2 แบบ คือ

  • การใช้น้ำแต้มไม่ให้เต๋าเคลื่อน คือ การใช้ของเหลวบางอย่าง เช่น น้ำเปล่า ทาไว้ที่หน้าใดหน้าหนึ่งของลูกเต๋าลูกล่างสุด เพื่อทำให้ลูกเต๋าไม่ขยับเมื่อทำการเขย่า เป็นการบังคับให้เต๋าออกเลขที่เจ้ามือต้องการได้ ซึ่งเมื่อเขย่าเต๋าแล้ว จะสังเกตได้ว่าเสียงลูกเต๋าข้างใน ไม่ได้กระทบกันเสียงดังเหมือนที่ควรจะเป็น เนื่องจากมีเต๋าลูกนึงที่ไม่ได้ขยับเขยื้อนเลย จึงไม่ได้กระทบกับเต๋าลูกอื่นที่เหลือ
  • การฝังแม่เหล็ก ปกติแล้วจะทำการฝังแม่เหล็กไว้ที่ลูกเต๋า 1 ตำแหน่ง และ ฝังแม่เหล็กอีกอันไว้ที่นิ้วมือของคนทอยเต๋า ซึ่งเมื่อต้องการบังคับให้เต๋าพลิกหน้าแต้มไปตามที่วางแผนไว้ ก็จะนำนิ้วที่ฝังแม่เหล็กไว้ ไปลูปที่ด้างข้างหรือด้านล่างภาชนะ ซึ่งเราอาจะได้ยินเสียง กิ๊ก เบา ๆ เมื่อมีการใช้กลโกงแม่เหล็กหลังจากที่เขย่าเต๋าเสร็จเรียบร้อยแล้ว

เทคนิคการเล่นไฮโล กับวางแผนการเดินเงิน

การรวางแผนการเดินเงินถือเป็น เทคนิคการเล่นไฮโล ที่ควรนำมาใช้เพื่อสร้างวินัยในการวางเดิมพันด้วยเช่นกัน สูตรการเดินเงินที่จะแนะนำวันนี้เรียกว่า สูตรเดินเงิน Martingale ซึ่งเป็นสูตรที่นิยมใช้ในการเล่นพนันรูปแบบอื่น ๆ ทั่วไปเช่นกัน มีข้อดีตรงที่ ผู้เล่นสามารถแพ้ต่อเนื่องได้ถึง 4 โดยการวางเงินเดิมพันทบยอดในแต่ละรอบที่แพ้ เพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัวจากเงินลงทุนในตานั้น ซึ่งเมื่อชนะในตาที่ 5 ก็จะไม่เสียเงินทุนไป แถมยังสามารถทำกำไรกลับมาให้ผู้เล่นได้ด้วย มีสูตรการเดินเงิน คือ 1 –> 2 –> 4 –> 8 -> 16 = 31 หน่วย อธิบายวิธีการวางเดิมพันตามสูตรได้ดังนี้

  • ครั้งที่ 1 ใช้เงินวางเดิมพัน 1 หน่วย ถ้าหากชนะ ตาต่อไปให้แทง 1 หน่วยเหมือนเดิม ถ้าหากแพ้
  • ครั้งที่ 2 ใช้เงินวางเดิมพัน 2 หน่วย ถ้าหากชนะ ตาต่อไปให้แทง 1 หน่วยเหมือนเดิม ถ้าหากแพ้
  • ครั้งที่ 3 ใช้เงินวางเดิมพัน 4 หน่วย ถ้าหากชนะ ตาต่อไปให้แทง 1 หน่วยเหมือนเดิม ถ้าหากแพ้
  • ครั้งที่ 4 ใช้เงินวางเดิมพัน 8 หน่วย ถ้าหากชนะ ตาต่อไปให้แทง 1 หน่วยเหมือนเดิม ถ้าหากแพ้
  • ครั้งที่ 5 ใช้เงินวางเดิมพัน 16 หน่วย ถ้าหากชนะ ตาต่อไปให้แทง 1 หน่วยเหมือนเดิม ถ้าหากแพ้ ให้หยุดเล่นทันที

ถึงแม้จะเสียติดต่อกัน 4 ครั้ง ถ้าครั้งที่ 5 เราชนะเราจะได้เงินที่เสียไปก่อนหน้ากลับคืนมา และจะยังได้กำไรอีก 1 หน่วยอีกด้วย แต่จะมีข้อเสียสำหรับผู้เล่นที่เงินทุนน้อย อาจจะไม่สามารถใช้ เทคนิคการเล่นไฮโล โดยใช้สูตรเดินเงินนี้ได้ เพราะถ้าจะให้ได้ผลดีมากยิ่งขึ้น ควรมีเงินทุนอยู่ที่ประมาณ 100 หน่วย เช่น ถ้าจะเดิมพันครั้งละ 10 บาทต้องมีเงินทุนที่ 1,000 บาท หรือ เดิมพันครั้งละ 100 บาท ก็จำเป้นต้องเตรียมเงินไว้ถึง 10,000 บาท

รูปแบบการวางเดิมพัน ตารางไฮโลพื้นบ้าน

เมื่อรู้จัก เทคนิคการเล่นไฮโล ในรูปแบบต่าง ๆ กันไปแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือ การทำความคุ้นเคยกับ ตารางไฮโล ว่ามีรูปแบบการวางเดิมพันแบบไหนให้เราเลือกเล่นบ้าง ซึ่งจะช่วยให้เราเห็นถึงโอกาสความเป็นไปได้ในการออกผลลัพธ์ของลูกเต๋า ว่าแบบไหนสามารถเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ ทำให้เราสามารถวางแผนการเล่นได้เหมาะกับเงินทุนของเราด้วย สำหรับรูปแบบการวางเดิมพันของไฮโลพื้นบ้าน จะมีดังนี้

  1. การวางเดิมพัน สูง – ต่ำ โดยผลรวมของแต้มต่ำจะอยู่ระหว่าง 4 – 10 และ แต้มสูงจะอยู่ระหว่าง 11 – 17
  2. การวางเดิมพัน เต็งเดี่ยว คือวางเดิมพันแต้มแต่ละแต้ม 1 ถึง 6 นั้นเอง ซึ่งถ้าลูกเต๋าออกแต้มนั้นมากกว่า 1 ลูก เราก็จะได้เงินรางวัลตามจำนวนลูกเต๋าที่ออกแต้มนั้น ๆ
  3. การวางเดิมพัน เต็งคู่ สามารถเลือกเล่นได้ 15 รูปแบบ คือ [1-2], [1-3], [1-4], [1-5], [1-6], [2-3], [2-4], [2-5], [2-6], [3-4], [3-5], [3-6], [4-5], [4-6] และ [5-6] ซึ่งใน ตารางไฮโล จะมีช่องที่ระบุคู่ตัวเลขให้เพียง 10 ช่องเท่านั้น ส่วนคู่ตัวเลขที่ไม่มีช่องใช้การวางเงินเดิมพันคร่อมเส้นแบ่งตารางแทน
  4. การวางเดิมพัน เต็งสาม มี 2 ทางเลือกคือ [1-2-3] และ [4-5-6] ซึ่งต้องระวังให้ดีสำหรับการแทงควบทางเลือกว่า [1-2-3] จะออกเป็นแต้มต่ำเท่านั้น และ [4-5-6] จะมีผลรวมเป็นแต้มสูง ซึ่งการแทงควบทางเลือกแบบนี้ก็เป็น เทคนิคการเล่นไฮโล ที่ได้รับความนิยมเช่นกัน
  5. การวางเดิมพัน 5 ต่ำ – 6 ต่ำ คือ การเลือกวางเดิมพันแต้มต่ำ (ผลรวมไม่เกิน 10 แต้ม) ที่มีเลข 5 และ 6 เป็นส่วนประกอบ มีโอกาสในการเกิดได้ ดังนี้ [1-1-5], [1-2-5], [2-2-5], [1-3-5], [2-3-5], [1-4-5], [1-1-6], [1-2-6], [2-2-6] และ [1-3-6]
  6. การวางเดิมพันไฮโล 11 คือ การเลือกว่าผลรวมของแต้มลูกเต๋าจะเท่ากับ 11 ซึ่งสามารถเกิดได้ ทั้งหมด 6 กรณี คือ [5-5-1], [6-4-1], [5-4-2], [4-4-3], [6-3-2], [5-3-3]

การเลือกรูปแบบในการวางเดิมพันที่มีโอกาสในการเกิดขึ้นได้ง่ายนั้น ถึงแม้จะให้อัตราผลตอบแทนที่ต่ำกว่า แต่ก็สามารถสร้างผลกำไรให้ได้อย่างต่อเนื่อง ถือเป็น เทคนิคการเล่นไฮโล ที่มีความเสี่ยงต่ำ สามารถตัดสินใจเล่นได้ง่าย ซึ่งถ้าหากคาดหวังผลกำไรที่มากกว่านี้ อาจใช้สูตรการเดินเงินในรูปแบบอื่น ๆ เข้ามาช่วย หรือ อาศัย เทคนิคการเล่นไฮโล แบบแทงควบหลายรูปแบบบน ตารางไฮโล เพื่อให้สามารถชนะเดิมพันได้พร้อม ๆ กันหลายทางนั่นเอง


–>